สวัสดี คุณลูกค้า

9 อันดับ โน้ตบุ๊กน้ำหนักเบา ไม่เกิน 1.5 Kg รุ่นไหนดี เปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่น | รุ่นไหนดี? ปี 2024

คุณภาพดี ราคาคุ้มค่า เราแนะนำเลยเจ้านี้ โน้ตบุ๊กน้ำหนักเบา ไม่เกิน 1.5 kg  สินค้าออนไลน์  จากร้านค้า Online ที่ถู๊กถูกและเยี่ยมที่สุดในไทย สั่ง โน้ตบุ๊กน้ำหนักเบา ไม่เกิน 1.5 kg  ไป ราคาถุกจริงๆ สินค้าใส่ซองกันกระแทกมาตอนจัดส่งให้ด้วย ส่งเร็วทันใจ คุณภาพเยี่ยมพอดีเห็น ราคาจะลดลงอีกลองเข้าไปดูที่ร้านได้ สินค้าดีๆ ราคาถุก ส่งทางไปรษณีย์หรือไม่ก็ทางหน่วยจัดส่ง คุณภาพเกินราคา ได้ลองแล้วนับว่าดีเลยทีเดียว ไม่มีปัญหา

     
คุณรู้หรือไม่? การเลือกซื้อโน้ตบุ๊กน้ำหนักเบา ไม่เกิน 1.5 kgแต่ละชนิดนั้นมีทั้ง โน้ตบุ๊กน้ำหนักเบา ไม่เกิน 1.5 kg นอกจากจะพิจารณาเรื่องของการใช้งานไม่ว่าจะเป็น งบประมาณ คุณภาพ ความทนทาน ชื่อเสียงของแต่ละรุ่นแล้ว ยังควรพิจารณาในเรื่องของพื้นที่ในการจัดวางและพื้นที่ใช้สอยในโน้ตบุ๊กน้ำหนักเบา ไม่เกิน 1.5 kgอีกด้วย โดยวันนี้เราได้จัดอันดับ โน้ตบุ๊กน้ำหนักเบา ไม่เกิน 1.5 kgแบบที่มีคุณภาพดีมีประสิทธิภาพมาให้คุณได้เลือกกันแล้ว ดังนี้

โน๊ตบุ๊คมือสอง(I3)-คละยี่ห้อคละรุ่น

ส่งจาก : Lazada Thailand จัดส่งฟรี
รีวิว : 0
stock : 0
ราคา : 1950.00 บาท
คะแนน :
รายละเอียด

HEALTH แผ่นน้ําหนัก ดัมเบล บาร์เบล 1.5 Kg 1 คู่ 2 แผ่น 3 Kg.)

ส่งจาก : Lazada Thailand จัดส่งฟรี
รีวิว : 0
stock : 0
ราคา : 320.00 บาท
คะแนน :
รายละเอียด

โน๊ตบุ๊ค ราคาเซล

ส่งจาก : Lazada Thailand จัดส่งฟรี
รีวิว : 0
stock : 0
ราคา : 6920.00 บาท
คะแนน :
รายละเอียด

ดัมเบลยกน้ําหนัก ดัมเบลคาร์ดิโอ Dumbbells 1kg 1.5kg 2kg. แพ็คคู่ 2ชิ้น บริหารไหล่ กล้ามเนื้อหลัง แขน kutsu_

ส่งจาก : Shopee วันที่และค่าจัดส่งจะแสดงที่จุดชำระเงิน
รีวิว : 0
stock : 0
ราคา : 189.00 บาท
คะแนน :
รายละเอียด

ฺBEST ดัมเบล 1.5 KG ดัมเบล ฟิตเนส ยกน้ําหนัก PVC แพ็คคู่ สีดํา อุปกรณ์ฟิตเนส รับประกันความพึงพอใจ

ส่งจาก : Shopee วันที่และค่าจัดส่งจะแสดงที่จุดชำระเงิน
รีวิว : 0
stock : 0
ราคา : 349.00 บาท
คะแนน :
รายละเอียด

ดัมเบล 30KG อุปกรณ์ออกกําลังกาย ดัมเบลปรับน้ําหนัก แถมฟรีข้อต่อ Barbell dumbbell

ส่งจาก : Shopee วันที่และค่าจัดส่งจะแสดงที่จุดชำระเงิน
รีวิว : 0
stock : 0
ราคา : 369.00 บาท
คะแนน :
รายละเอียด

รายละเอียด

plate 1.5 kg แผ่นน้ําหนัก 1.5 กิโลกรัม ขนาดรู 1 จํานวน 2 แผ่น

ส่งจาก : Shopee วันที่และค่าจัดส่งจะแสดงที่จุดชำระเงิน
รีวิว : 0
stock : 0
ราคา : 360.00 บาท
คะแนน :
รายละเอียด

" โน้ตบุ๊ก (Notebook)" เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนามาจากคอมพิวเตอร์ หรือ PC ซึ่งถูกย่อขนาดลงเพื่อการใช้งานที่คล่องตัว ทำให้เราสามารถใช้งานได้ทุกที่และทุกเวลา น้ำหนักจึงเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้การพกพามีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ผู้พัฒนาหลายแบรนด์ได้ผลิตโน้ตบุ๊กที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมออกมามากมาย ตั้งแต่ราคาย่อมเยาจนถึงราคาสูง จนทำให้ผู้ใช้งานส่วนใหญ่สงสัยว่า ถ้าเราต้องการโน้ตบุ๊กน้ำหนักเบาและมีคุณสมบัติที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้ดีด้วยแล้ว เราควรจะเลือกรุ่นและยี่ห้อไหนดี


เพื่อให้ทุกคนได้โน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์การใช้งานของเรามากที่สุด วันนี้ทีมงานมายเบสท์จะขอพาทุกคนไปพบกับ วิธีการเลือกซื้อโน้ตบุ๊กที่มีน้ำหนักเบา รวมทั้งการจัด 10 อันดับ โน้ตบุ๊กน้ำหนักเบา ไว้ในช่วงท้าย เพื่อเป็นตัวช่วยให้คุณได้ตามหาสิ่งที่ตอบโจทย์ตัวเองมากที่สุด โดยคัดสรรจาก น้ำหนักที่ไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม เป็นเกณฑ์ หากพร้อมแล้วไปอ่านกันได้เลยครับ !

ก่อนอื่น เรามาศึกษาวิธีการเลือกกันดีกว่าครับว่า การจะซื้อโน้ตบุ๊กที่มีน้ำหนักเบาหนึ่งเครื่องนั้น จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยเรื่องใดบ้าง

นอกจากความคล่องตัวทางด้านน้ำหนักแล้ว ประสิทธิภาพการใช้งานก็ต้องไม่น้อยหน้าเช่นกัน เราขอแนะนำ 4 ประเด็นสำคัญที่คุณควรทราบเกี่ยวกับโน้ตบุ๊กก่อนการเลือกซื้อ ดังนี้ครับ

CPU หรือ Central Processing Unit เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกในการเลือกซื้อโน้ตบุ๊ก เพราะเทียบได้กับสมองที่คอยประมวลผลการทำงานอันซับซ้อนของเครื่อง โดยทั่วไปแล้ว CPU จะมีแกนประมวลผล หรือ Core ที่ช่วยประมวลผลการทำงาน ยิ่งมีจำนวนมากก็จะทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น แต่ละแกนก็จะมีค่าความถึ่ ซึ่งมีหน่วยเป็น GHz ที่ช่วยกำหนดความเร็วในการทำงานครับ เราขอแนะนำแบรนด์ผู้ผลิต CPU รายใหญ่ของโลกที่หลายคนคงคุ้นชื่อกันดี คือ Intel และ AMD นั่นเอง


CPU ของ Intel จะเน้นเรื่องความเร็วและประสิทธิภาพ โดยมีค่าความถี่ (GHz) ต่อจำนวน Core ที่สูง และเนื่องจากมีซอฟต์แวร์หลายแบบรองรับ จึงทำให้มั่นใจได้ถึงเสถียรภาพขณะใช้งาน ซีรีส์ยอดนิยมของ Intel จะแบ่งเป็น 4 รุ่นด้วยกัน โดยเรียงจากประสิทธิภาพน้อยไปสูง ได้แก่ Core i3, Core i5, Core i7 และ Core i9 ที่ในปัจจุบันถูกต่อยอดจนก้าวมาสู่ Generation 10 แล้ว


CPU ของ AMD เน้นในเรื่องของราคาที่ย่อมเยากว่าแต่ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน และเน้นในเรื่องของ Core ที่มีจำนวนมาก ส่งผลให้เครื่องสามารถประมวลผล หรือทำงานหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน ซีรีส์หลักมีชื่อว่า Ryzen จะแบ่งออกรวม 4 รุ่น และมีเลขหลักเดียวต่อหลังเช่นเดียวกับ Core i ของ Intel คือ Ryzen 3, Ryzen 5, Ryzen 7, Ryzen 9


โดย CPU ของทั้ง Intel และ AMD จะมีตัวเลข 4 หลัก ที่ต่อท้ายซีรีส์รุ่น เช่น i5-4300U ซึ่งวิธีอ่านค่าจะเหมือนกันทั้งสองแบรนด์ คือ ตัวเลขหลักแรก จะบอก Generation, ตัวเลขหลักที่สองบอกประสิทธิภาพของเครื่อง และตัวเลขสองหลักสุดท้ายจะบอกระดับความเร็ว ส่วนอักษรภาษาอังกฤษต่อท้ายนั้น เป็นรหัสตามประเภทการใช้งาน คือ รหัส H, HK, HQ, HS จะเน้นไปทางประสิทธิภาพที่สูง เหมาะกับกิจกรรมจำพวกตัดต่อวิดีโอ งานกราฟิก หรือเล่นเกม ในขณะที่รหัส U, Y (G1, G4, G7) ซึ่งมักจะอยู่ในโน้ตบุ๊กที่มีดีไซน์บาง น้ำหนักเบา จะเน้นประหยัดพลังงาน กินไฟน้อย และมีแบตเตอรี่ให้ใช้ยาวนาน


สำหรับโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบา เน้นการพกพาได้ง่าย เราแนะนำรหัส U ครับ แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการโน้ตบุ๊กสำหรับการใช้งานที่หนัก รหัส U อาจจะไม่เหมาะนัก เพราะทำให้เกิดความร้อนสะสมง่ายกว่าแบบทั่วไป ส่งผลให้อายุการใช้งานของตัวอุปกรณ์สั้นลง แต่ถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์ทำงานเอกสารเป็นส่วนใหญ่ ชอบดูหนัง ฟังเพลง ตัดต่อเล็กน้อย หรือเน้นเล่นเกมออนไลน์และออฟไลน์ จำพวก The Sims, หรือเกมแนว RTS อื่น ๆ บ้างในบางครั้ง ก็ไม่น่าเป็นห่วงในส่วนนี้ครับ

นอกจาก CPU ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญแล้ว โน้ตบุ๊กจะต้องมีส่วนความจำหลัก หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า RAM (Random Access Memory) มาทำงานควบคู่กันด้วย โดย RAM จะทำหน้าที่รับ-ส่ง รวมทั้งจัดเก็บข้อมูลจาก CPU และโปรแกรมที่คุณเปิดใช้งาน  ซึ่งถ้า RAM ในตัวเครื่องมีน้อยกว่าความต้องการของโปรแกรมที่เปิดอยู่ ก็จะส่งผลให้โน้ตบุ๊กทำงานได้ช้า หรืออาจเกิดอาการค้างในบางช่วงได้


ในทางกลับกันหาก RAM มีมากเกินการรองรับของโน๊ตบุ๊ค แม้จะไม่ได้มีผลลบกับการทำงาน แต่อาจไม่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งผลให้คุณจ่ายเงินมากโดยไม่มีเหตุจำเป็น ดังนั้น หากมีการใช้งานที่ไม่หนัก เช่น การเปิดบราวเซอร์หลายหน้าเว็บ พร้อมกับการใช้งานโปรแกรมอื่น ๆ ทางทีมงานขอแนะนำว่าค่ามาตรฐานของโน้ตบุ๊กควรจะอยู่ที่ 8 GB  ส่วนคนที่ต้องทำงานด้านกราฟิกเป็นประจำ อาจต้องใช้ RAM ที่สูงกว่านี้ หรือพิจารณารุ่นที่สามารถนำไปบรรจุเพิ่มในภายหลังได้ครับ

"การ์ดจอ หรือ GPU (Graphics Processing Unit)" เป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลกราฟิกในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งช่วยทำให้การแสดงผลกราฟิกมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ตัดต่อวิดีโอ หรือเล่นเกม โดยประเภทของอุปกรณ์จะแบ่งออกได้ 2 แบบคือ Integrated Graphics Card และ Dedicated Graphics Card


Dedicated Graphics Card หรือ การ์ดจอแยก ถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูงเหมาะกับการแสดงผลภาพ 3D และมัลติมีเดียเป็นหลัก พร้อมทั้งช่วยผ่อนแรง CPU เพื่อให้ CPU นำทรัพยากรไปควบคุมระบบอื่น ๆ ได้อย่างเต็มกำลัง การ์ดจอแยกจึงถือเป็นคำตอบให้กับผู้ที่คลุกคลีอยู่กับงานกราฟิก หรือใครที่ชื่นชอบการเล่นเกม สำหรับแบรนด์ที่ครองตลาดก็คือ NVIDIA โดยแนะนำให้เลือกซีรีส์ MX เพราะมีประสิทธิภาพสูงนั่นเองครับ


แต่ถ้าคุณต้องการใช้งานแค่ดูหนัง ฟังเพลง ท่องโลกโซเชียล หรือพิมพ์งานเล็กน้อย การ์ดจอประเภท Integrated Graphics Card หรือการ์ดจอที่ติดมากับ CPU จากตระกูล Intel และ AMD ก็เพียงพอแล้ว โดยสามารถตอบโจทย์ในเรื่องของราคาได้ดี แม้ศักยภาพจะเป็นรองกว่าแบบแรกก็ตาม ส่วนซีรีส์ที่ควรจับตามองไว้ของทั้งสองแบรนด์นี้ก็คือ UHD, Iris Plus Graphics และ Radeon RX Vega ครับ

โดยพื้นฐานแล้ว อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่บรรจุมากับโน้ตบุ๊กทั่วไปจะมีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ SSD (Solid State Drive) และ HDD (Hard Disk Drive)


ในส่วนของ SSD จะเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่มีการทำงานคล้ายกับ Flash Drive แต่มีความเสถียรกว่า และมีความเร็วในการอ่านข้อมูลเฉลี่ยที่สูงกว่า เนื่องจากใช้แผงวงจรมาเป็นองค์ประกอบ โดยมีการเข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่า HDD ที่ใช้จานหมุนเป็นเท่าตัว ซึ่งทำให้เราสามารถย่นระยะเวลาการเปิดโปรแกรมได้ รวมทั้งยังเป็นตัวแปรที่ช่วยเลี่ยงหรือลดอาการเครื่องค้าง ‘Not Responding’ ขณะใช้งานโปรแกรมได้ในระดับนึงอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดความร้อนและมีการกินไฟขณะใช้งานที่ต่ำ และยังรับแรงกระแทกได้ดี โดยที่ข้อมูลภายในแทบไม่ได้รับความเสียหาย


แม้ว่าภาพรวม SSD จะน่าดึงดูดใจ แต่ศักยภาพที่สูงย่อมคู่กับราคาที่สูงขึ้น ดังนั้น ถ้าหากคุณเน้นเก็บไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ในปริมาณมาก การเลือก HDD จะให้ความคุ้มค่ากว่าเมื่อเทียบกับราคา รวมถึงกรณีที่อุปกรณ์ชำรุด HHD สามารถกู้ข้อมูลกลับมาได้บางส่วน ในขณะที่ SSD นั้นทำได้ยากมาก แต่ใครที่นิยมเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในระบบ Cloud ที่ให้บริการตามออนไลน์อย่าง Google Drive ประเด็นนี้ก็อาจจะไม่ใช่ปัญหานัก


สำหรับวิธีการเลือกนั้น เราแนะนำให้เลือกตามความเหมาะสม และความต้องการของคุณ โดยถ้าหากมีงบประมาณมากพอ การเลือกโน้ตบุ๊กที่มีทั้ง SSD และ HDD ในเครื่องเดียว ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้นครับ

ระบบปฏิบัติการ หรือ OS (Operating System) เป็นซอฟต์แวร์สำคัญที่ทำหน้าที่ดูแลระบบทั้งหมด ซึ่งจำเป็นสำหรับโน้ตบุ๊กทุกเครื่อง เช่น Windows, DOS, Unix, Macintosh เป็นต้น


โดย ระบบ Windows นั้น ถือว่าเป็นระบบที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีการใช้งานพื้นฐานเข้าถึงง่ายไม่ซับซ้อน ซึ่งเราขอแนะนำให้ติดตั้ง Windows 10 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ๆ สามารถสั่งการด้วยระบบเสียง Cortana ใช้งาน Touch Screen แบบ Tablet และสามารถติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ ผ่านทาง Microsoft Store ได้ รวมทั้งทางผู้พัฒนาเองก็มีการปรับปรุงระบบอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องการป้องกันการคุกคามของไวรัส รวมถึงอุดช่องโหว่เพื่อไม่ให้ผู้ฉวยโอกาสทางอินเทอร์เน็ตเข้ามาล้วงข้อมูลเราได้


นอกจากนี้ เราแนะนำให้คุณตรวจสอบว่า ระบบปฏิบัติการที่มาพร้อมโน้ตบุ๊กนั้นเป็นของแท้หรือไม่ โดยไปที่ปุ่ม Start ในช่อง Run พิมพ์คำว่า cmd (Command Prompt) แล้ว Enter จากนั้นพิมพ์ slmgr /xpr แล้ว Enter ถ้าหากมีหน้าต่าง ’The machine is permanently activate’ แสดงว่าเป็น Windows แท้ครับ


อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้โปรแกรม Activate แบบละเมิดลิขสิทธิ์ โน้ตบุ๊กของคุณจะใช้งานและอัปเดตระบบได้เหมือนของแท้ทุกประการ แต่หลังจากอัปเดตแล้ว CPU จะทำงานหนักขึ้น 15 - 30% เป็นระยะ 2 - 3 นาที ตลอดการใช้งาน จนกว่าจะถอนโปรแกรมดังกล่าวออก แล้วหารหัสจริงมาใส่แทน ซึ่งอาการนี้สามารถพบได้ใน Windows ถูกลิขสิทธิ์เช่นกัน แต่สามารถแก้ไขได้ โดยการอัปเดทให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดครับ

ใครที่เคยชินกับหน้าจอขนาดใหญ่ อาจต้องปรับตัวกันเล็กน้อย เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วโน้ตบุ๊กน้ำหนักเบากว่า 1.5 กิโลกรัม มักจะมีขนาดหน้าจอไม่เกิน 14 นิ้ว โดยค่าความละเอียดของจอภาพ เราขอแนะนำให้ เลือกระดับ Full HD (1920 x 1080) ขึ้นไป เพื่อภาพที่คมชัดยิ่งขึ้น


ส่วนใครที่ต้องทำงานเน้นความแม่นยำของเม็ดสีบนหน้าจอ เช่น งานกราฟิก เราแนะนำให้เลือก จอแบบ IPS เพื่อสีภาพที่เที่ยงตรง และเมื่อมองจากมุมสายตาอื่น ๆ สีจะเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หากงบในกระเป๋ามีจำกัด ก็อาจลองพิจารณาหน้า จอแบบ VA ที่มีคุณสมบัติกลาง ๆ ใกล้เคียงกับ IPS และมีราคาไม่แรงนัก หรือหากคุณไม่เน้นเรื่องคุณสมบัติของสี จอแบบ TN ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องภาพเคลื่อนไหวที่ดูลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับ เพราะมีราคาย่อมเยาที่สุด

เป็นที่ทราบกันดีว่า Port ของโน้ตบุ๊กสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย โดยแต่ละรุ่นก็จะมีจำนวน และชนิดของ Port ที่ต่างกันออกไป แต่สำหรับเครื่องที่มีน้ำหนักเบา ผู้ผลิตหลายรายต่างพากันตัด Port บางส่วนออกจนเหลือติดเครื่องแค่ไม่กี่อย่างให้เลือกใช้ ทั้งนี้ก็เพื่อรูปลักษณ์ที่บางลง น้ำหนักเบา และการพกพาที่สะดวกกว่าเดิม


ดังนั้น เราจึงขอแนะนำให้คุณเลือกโน้ตบุ๊กที่มี Port สำหรับใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ เช่น หากคุณเป็นครูสอนตามโรงเรียน ก็อาจจะลองมองหารุ่นที่มี VGA หรือ HDMI สำหรับต่อร่วมกับโปรเจคเตอร์ฉายสื่อการเรียนการสอน หรือใครทำชื่นชอบการถ่ายภาพ ก็อาจพิจารณาโน้ตบุ๊กที่มี SD Card Reader ไว้โอนข้อมูลภาพจากกล้องโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม เป็นต้น

หลังจากได้ทำความเข้าใจถึงวิธีการเลือกซื้อกันไปแล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาของผลิตภัณฑ์ทั้ง 10 ที่ทีมงานได้คัดสรรมาเพื่อคุณ หากพร้อมแล้ว ก็ไปร่วมค้นหาโน้ตบุ๊กที่ตอบโจทย์ทั้งคุณสมบัติ น้ำหนักและเสริมภาพลักษณ์ให้กับตัวเองกันดีกว่าครับ

นอกจากสมาร์ตโฟนแล้ว Huawei ยังมีการผลิตโน้ตบุ๊ก อย่าง MateBook 13 อีกด้วย โดย MateBook รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Intel Gen 8 พร้อมการ์ดจอรุ่น GPU MX150 ขนาดจิ๋ว ที่ถูกปรับมาเพื่อคุณภาพการแสดงผลมัลติมีเดียคมชัด ระดับ 2K ภายใต้ขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว รวมทั้งมีดีไซน์บางเรียบ ทำจากอะลูมิเนียมอัลลอย ที่ทำให้ตัวเครื่องดูหรูหราชวนสัมผัส โดยสามารถกางบานพับได้ถึง 170 องศา


ด้วยการระบายความร้อนแบบ 2 พัดลม Shark Fin 2.0 จึงไม่ต้องกังวลว่าจะพบปัญหาเครื่องดับ หรืออายุการใช้งานสั้นลง นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นด้วยนวัตกรรม ONEHOP ซึ่งนำเทคโนโลยี NFC มาต่อยอด สามารถถ่ายโอนข้อมูลภาพจากสมาร์ตโฟนยี่ห้อเดียวกันเข้าโน้ตบุ๊กผ่านเครือข่ายไร้สายจำนวน 500 รูป ใน 1 นาที และวิดีโอขนาด 1GB เพียง 35 วินาทีเท่านั้น

หนึ่งในรุ่นที่น่าสนใจจาก ASUS โดยจุดเด่นอยู่ที่ตัวเครื่องซึ่งมีสีสะดุดตาให้เลือกถึง 5 สีด้วยกัน รวมทั้งมีดีไซน์บางกะทัดรัด เหมาะสำหรับการพกไปนอกสถานที่  โครงสร้างจอมีการดันพื้น ยกระดับแป้นพิมพ์ให้นูนขึ้นทำมุม 3.5 องศากับสรีระข้อมือ ช่วยลดอาการเมื่อยกล้ามเนื้อ และพิมพ์ป้อนข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่องว่างข้างใต้เครื่องช่วยระบายความร้อนได้ รวมทั้งช่วยกระจายเสียงจากลำโพงได้เป็นอย่างดี


ไม่เพียงเท่านั้นด้วยลูกเล่นจากกล้องหน้า IR CAMERA ที่ทำงานร่วมกับ Windows Hello ส่งผลให้เครื่องสามารถสแกนใบหน้าผู้ใช้เข้า Desktop ได้ทันทีโดยไม่ต้องป้อนรหัส Login ส่วนข้อเสียก็คงเป็นเรื่องของตำแหน่งปุ่ม Power ที่ใกล้กับปุ่ม Back Space ไปหน่อย ช่วงเร่งรีบหากไม่ระวังอาจเผลอไปกดให้เครื่องปิดเองได้ครับ

สำหรับซีรีส์ Inspiron รุ่นนี้ มาพร้อมหน้าจอ 14 นิ้ว ประเภท VA แสดงผลความมืดได้ดำสนิทเป็นธรรมชาติในมุมองศาตรง มีขอบจอที่บาง ส่งผลให้ระยะภาพที่เห็นดูใหญ่ขึ้น อีกทั้งยังเป็นพื้นผิวด้านคอยตัดแสงสะท้อนจากสิ่งรอบตัวมาแยงตา ช่องลำโพง Stereo ซ้ายขวาข้างใต้เครื่อง สามารถส่งคลื่นลงไปกระทบกับโต๊ะที่ใช้วาง แล้วสะท้อนขึ้นด้านบนทำให้เสียงมีความดังค่อนข้างมาก


นอกจากนี้ จุดเด่นของเครื่องคือ เมื่อกางออกจะเปิดเครื่องให้เองอัตโนมัติ โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลากดปุ่ม Power และถ้าคุณตั้งรหัสไว้สำหรับ Login ก็สามารถใช้ปุ่มดังกล่าวสแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าหน้า Desktop ได้เลย โดยไม่ต้องป้อนข้อมูลในส่วนนี้ครับ

หากคุณอยากซื้อโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต แต่งบในกระเป๋าจำใจให้ต้องเลือก 1 อย่าง รุ่นนี้อาจเป็นคำตอบ ด้วยลักษณะ 2 in 1 รูปทรง Convertible ที่สามารถพับจอได้ 360 องศา ตั้งวางเพิ่มได้ 3 ลักษณะ ตั้งแต่โหมด Stand, Tent ไปจนถึง Tablet แน่นอนว่าต้องคู่กับลูกเล่น Touch Screen จะใช้นิ้วควบคุมแบบทั่วไป หรือถือปากกา Stylus ที่แถมมาให้กับตัวเครื่องสำหรับออกแบบงาน ประกอบกับการวาดรูปก็ได้เช่นกัน


ส่วนจอภาพเป็นผิวกระจกประเภท IPS ให้มุมมองสายตากว้าง แต่เชื่อเถอะว่าบางสถานการณ์เราก็ไม่อยากให้ใครดูกิจกรรมบนหน้าจอ ทาง HP จึงใส่ฟังก์ชัน HP Sure View จำกัดระยะมองเห็นให้แคบลง เพื่อกันการแอบมองจากคนรอบข้าง โดยกดปุ่ม F1 นอกจากนี้ กล้องหน้ายังมีสวิตช์เลื่อนเปิด - ปิดข้างตัวเครื่อง ช่วยปกป้องข้อมูลส่วนตัวได้อย่างรัดกุม ทั้งโลกความเป็นจริงและบนโซเชียลครับ

สำหรับใครที่ต้องการโน้ตบุ๊กที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน รุ่นนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน กับเทคโนโลยี Rapid Charge ช่วยให้คุณใช้งานได้เพิ่มขึ้น 2 ชั่วโมง ต่อการชาร์จแค่ 15 นาที และฟื้นฟูแบตเตอรี่ได้สูงถึง 70 % ภายใน 1 ชั่วโมง ตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมสัมผัสเรียบ ทำความสะอาดง่าย กางบานพับได้ถึง 180 องศา และมีพัดลมคู่ทำงานเงียบที่ช่วยลดอุณหภูมิ จะวางบนตักหรือพิงกับโต๊ะขณะใช้งานก็สะดวก


ส่วนช่องลำโพงเป็นแบบประกบคู่ข้างคีย์บอร์ด จึงทำให้ไม่ต้องกังวลว่าเสียงจะโดนอุดจากตำแหน่งที่ใช้ตั้ง ในส่วนของคีย์บอร์ดมีปุ่มขนาดใหญ่ แต่สีตัวอักษรที่ใช้เป็นเฉดเทา ดังนั้น เมื่อแสงสาดมาตกระทบจึงทำให้ยากต่อการมองเห็นอยู่บ้างเล็กน้อยครับ

Surface Laptop 3 ของ Microsoft รุ่นนี้ ถูกบรรจุมาร่วมกับลำโพง Omnisonic Speakers ที่ซ่อนไว้ใต้แผงคีย์บอร์ด ให้เสียงใสก้องกังวาน จะควบคุมด้วยนิ้วมือผ่าน Track Pad หรือจะใช้ปากกา Surface บนจอภาพได้โดยตรงก็ได้ มีระบบ Touch Screen รับน้ำหนักแรงกดได้ 1024 ระดับ ตอบสนองต่อการจิ้มถึง 10 จุด พร้อมกัน รวมทั้งป้องกันรอยขีดข่วน และเช็ดลายนิ้วมือออกได้ง่าย


ส่วนแบตเตอรี่ ทางผู้ผลิตให้คำยืนยันว่าใช้ได้ยาวนานประมาณ 11 ชั่วโมง ทั้งยังชาร์จเร็วพอสมควร โดยการเชื่อมต่อผ่าน Surface Connect ตั้งแต่ 0-80 % ภายในเวลาแค่ 1 ชั่วโมง จึงถือเป็นรุ่นตอบโจทย์สำหรับผู้ทำงานออกนอกสถานที่บ่อยครั้งครับ

รุ่นนี้มาพร้อมจอ 4K รองรับ HDR แสดงผลสีสด กรอบบางเพียง 4 มิลลิเมตร สู้แสงจากสภาพแวดล้อมได้อย่างดี สามารถหรี่แสงให้ต่ำกว่ารุ่นทั่วไปได้ ส่วนของลำโพง Dolby Atmos ที่อยู่ด้านข้าง ให้มิติเสียงสะท้อนกับวัตถุรอบทิศทาง แม้วางบนเตียงคุณภาพก็ไม่ได้ด้อยลงแต่อย่างใด เนื่องจากช่องปล่อยคลื่นถูกออกแบบให้ส่งขึ้นด้านบน นับว่าตอบโจทย์มากสำหรับผู้ชอบใช้งานในพื้นที่มืด และรับชมสื่อทุกรูปแบบ


ผสานระบบ AI คาดเดาความต้องการของผู้ใช้ยกตัวอย่างเช่น เมื่อลุกออกจากเก้าอี้ หรือมีระยะห่างจากตัวเครื่อง ก็จะสั่งการจอให้ลดความสว่างลง รักษาแบตเตอรี่ได้นานขึ้น แล้วในกรณีที่ต้องสนทนากับผู้อื่นผ่านวิดีโอแชท ระหว่างนั้น AI ก็จะแทรกตัวเข้ามาเบลอพื้นหลังให้ คอยปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณครับ

ถือเป็นรุ่นที่ดีไซน์ฟังก์ชัน Touch Pad ได้โดดเด่นด้วยการเพิ่มเทคโนโลยี Screen Pad 2.0 มารวมไว้ในโซนเดียว สามารถสลับโหมดใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเมนู Numpad พิมพ์ตัวอักษรด้วยลายมือ เข้าบราวเซอร์ ดูวิดีโอใน YouTube หรือฟังเพลงผ่าน Spotify ขณะทำกิจกรรมอื่นบนหน้าจอหลัก รวมไปถึงรายละเอียดยิบย่อยอีกมาก เหมือนสมาร์ทโฟนขนาดเล็กอีกเครื่องเลยทีเดียว


นอกจากนี้ แป้นพิมพ์ยังมาพร้อมไฟ Backlit ใต้คีย์บอร์ด ปรับความสว่างได้ 3 ระดับ ที่สำคัญวัสดุประกอบของตัวเครื่องก็ได้รับมาตรฐาน US Military Grade ผ่านการทดสอบแล้วว่ามีความทนทานสูง ใช้งานได้ทั้งในอุณหภูมิสูงจนถึงต่ำ และในสภาพแวดล้อมที่มีค่าความชื้นสัมพัทธ์ผิดปกติ หากใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊กสภาวะคงทนเต็มเปี่ยมไปด้วยฟีเจอร์ ก็อย่าได้พลาดรุ่นนี้ไว้พิจารณาเชียวนะครับ

ตัวเครื่องรุ่นนี้ผลิตจากอะลูมิเนียมผสมแมกนีเซียม ซึ่งเมื่อเทียบกับอะลูมิเนียมปกติแล้ว คุณสมบัติด้านความเบาจะมากกว่า 20% รวมทั้งแข็งแรงเพิ่มขึ้น 2 เท่า จึงเป็นเหตุทำให้โครงสร้างมีค่าน้ำหนักเพียง 990 กรัม เวลาจับก็เกิดรอยนิ้วมือยาก เช็ดสิ่งสกปรกออกง่าย ทนทานต่อการบิดงอและสารกัดกร่อนได้อย่างดีเยี่ยม หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว พร้อมการ์ดจอทรงพลัง


ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เครื่องมีพัดลมระบายอากาศเสียงเบาตลอดการใช้งาน หน้าจอรองรับ Touch Screen และมี Port เชื่อมต่อที่หลากหลาย โดยมี USB Type C Thunderbolt 3 ซึ่งมีอัตรารับส่งข้อมูลที่เร็ว สามารถประยุกต์ใช้กับ Adapter ของมือถือสำหรับชาร์จอีกช่องทางหนึ่งได้ นับว่าสะดวกมากสำหรับคนไม่ชอบพกอุปกรณ์เสริมหลายตัวไปตามสถานที่ต่าง ๆ ครับ

XPS 13 รุ่นนี้เป็นลักษณะ Convertible 2 in 1 พลิกตั้งได้หลากรูปแบบ เปิดง่ายด้วยมือเดียว ดีไซน์รอบนอกเป็นอะลูมิเนียมสีเงินทำขอบ Diamond Cut ให้ผิวสัมผัสด้าน ทนทานต่อสารเคมีและอุณหภูมิสูง จอ Touch Screen ทำจาก Gorilla Glass 5 ขอบบางทุกมุม ถ่ายทอดความละเอียด 4K ร่วมกับอัตราส่วนภาพ 16:10 พร้อมยกระดับมิติแสงให้ดูคล้ายความเป็นจริงมากขึ้นด้วยมาตรฐาน Dolby Vision HDR 400


ส่วนฐานคีย์บอร์ดมีพื้นที่กว้าง ขนาดของปุ่มส่วนมากจึงใหญ่ตามไปด้วย ทำให้สะดวกต่อการพิมพ์ป้อนข้อมูลได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งมีปากกา Dell Active Pen มาให้ สามารถติดกับแม่เหล็กข้างตัวเครื่องเพื่อจัดเก็บเคียงกันได้ โดยไม่รู้สึกเป็นภาระแต่อย่างใด นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังใช้ได้ยาวนานถึง 17 ชั่วโมง ทำให้คุณใช้งานได้ต่อเนื่องขึ้น สามารถพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างสะดวกมากเลยครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ 10 อันดับ โน้ตบุ๊กน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม ที่ทางเราได้นำเสนอแก่ทุกคนในบทความนี้ ถึงแม้ประสิทธิภาพ และ Port เชื่อมต่อจะด้อยกว่าโน้ตบุ๊กระดับเกมมิ่ง แต่ด้วยฟังก์ชัน และการใช้งานที่ยังคงทำได้หลากหลาย รวมถึงน้ำหนักที่เบาจนทำให้ง่ายต่อการพกพากว่าเดิม ทั้งยังตรงกับวัตถุประสงค์ของวัยทำงานหลายคนได้เป็นอย่างดี ก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะซื้อหามาใช้งานใช่ไหมล่ะครับ


นอกจากนี้ยังมีสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ บริการหลังการขายนั่นเอง ทั้งโปรแกรมที่มีให้ เช่น Microsoft Office หรือประกันตัวเครื่องแบบปกติ และ On Site Service ซึ่งต้องพิจารณากันตามบริบทพื้นฐาน และความชอบของคุณครับ และอย่ารักษาความสะอาดให้กับโน้ตบุ๊กของคุณ ด้วยการใช้ผ้าชุดน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดอยู่เสมอด้วยนะครับ